GDP เวียดนาม จ่อที่จะแซงหน้าประเทศไทยในฐานะเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 3 ของภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2569 ตามการวิเคราะห์จากหลาย GDP ของเวียดนามที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในปีที่ผ่านมา กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ประเทศไทยอาจถูกล้ำหน้าในแง่ของอันดับเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งข้อมูลนี้ได้สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่มีนัยสำคัญและอาจส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนระหว่างประเทศในอนาคตอันใกล้
ประเด็นสำคัญจาก: “GDP เวียดนาม” จ่อแซง “ไทย” ในปี 2569 ขึ้นแท่นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 อาเซียน | การเงินธนาคาร
การที่ GDP ของเวียดนามมีแนวโน้มจะแซงหน้าประเทศไทยนั้นสะท้อนถึงการเติบโตของเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยรัฐบาลเวียดนามได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง รวมถึงการเปิดกว้างให้แก่นักลงทุนต่างชาติ และปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อส่งเสริมการขยายตัวของธุรกิจในประเทศ นอกจากนี้ เวียดนามยังมีการลงทุนในภาคการศึกษาและพัฒนาแรงงานเพื่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศไทย ซึ่งแม้จะมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน เช่น การขาดแคลนแรงงานฝีมือ การแข่งขันในภาคการลงทุน และปัญหาทางเศรษฐกิจภายในประเทศ นอกจากนี้ ความเหี่ยวง่ายของโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนนั้นยังเป็นปัจจัยที่ทำให้การลงทุนใหม่ๆ ชะงักงัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
จากข้อมูลของธนาคารพาณิชย์และรายงานการวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจ พบว่า GDP ของเวียดนามมีค่าเฉลี่ยการเติบโตที่สูงถึง 6.5% ต่อปี ซึ่งนับว่าเป็นอัตราการเติบโตที่แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่ประเทศไทยมีอัตราการเติบโตที่ต่ำกว่านั้น และยังต้องพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากความไม่แน่นอนทางการเมืองและปัญหาทางเศรษฐกิจที่เรื้อรัง
เวียดนามยังได้ดำเนินนโยบายเปิดเสรีที่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ เชื่อมต่อเครือข่ายการผลิตระดับภูมิภาค เช่น การดึงดูดโรงงานผลิตจากบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี มายังภูมิภาค ตัวอย่างเช่น บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังจากหลายประเทศที่เลือกตั้งฐานการผลิตใหม่ที่เวียดนาม ซึ่งประเด็นเหล่านี้เองที่ช่วยขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจเวียดนามโดดเด่นในภูมิภาค
สรุปข่าวทั้งหมด
สรุปได้ว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเวียดนามเป็นที่ยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นผลจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการพัฒนาเชิงโครงสร้างที่ครอบคลุม ขณะที่ประเทศไทยแม้จะเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในอดีต แต่ยังคงต้องปรับตัวและเผชิญกับความท้าทายเพื่อรักษาฐานะและสถานะในภูมิภาค การพิจารณากลยุทธ์เพื่อสร้างความยั่งยืนทางเศรษฐกิจและการพัฒนาบุคลากรจึงควรเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเตรียมพร้อมและติดตามสถานการณ์ต่อไปในอนาคต

