Image default
ข่าวการเมือง

เอกสิทธิ์ พรรคปวงชนไทย เสนอ 3 เครื่องมือแก้ปมความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา

สรุปเนื้อหาข่าว

นายเอกสิทธิ์ บุญมาก โฆษกพรรคปวงชนไทย ได้นำเสนอข้อคิดเห็นต่อประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชา โดยเสนอ 3 เครื่องมือสำคัญเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ค้างคาและส่งเสริมความร่วมมืออย่างยั่งยืนระหว่างสองประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนบ้านมีความสำคัญต่อเสถียรภาพและเศรษฐกิจในภูมิภาค

ข้อเสนอดังกล่าวมีขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกเชิงรุกในการบริหารจัดการความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ ลดความขัดแย้ง และแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกัน แทนการปล่อยให้ปัญหายืดเยื้อ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจตามแนวชายแดน

นายเอกสิทธิ์ บุญมาก โฆษกพรรคปวงชนไทย
เครดิตภาพ: พรรคปวงชนไทย

ประเด็นสำคัญ

นายเอกสิทธิ์ได้เสนอ 3 เครื่องมือหลักในการจัดการความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา ประกอบด้วย:

  • 1. การทูตระดับประชาชน (Public Diplomacy): ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การศึกษา และกีฬาระหว่างประชาชนทั้งสองชาติ เพื่อสร้างความเข้าใจและลดอคติที่มีต่อกันในระดับรากหญ้า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างบรรยากาศแห่งมิตรภาพให้กับการเจรจาในระดับรัฐบาล
  • 2. คณะทำงานเศรษฐกิจร่วม (Joint Economic Task Force): จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันเพื่อดูแลและส่งเสริมการค้าการลงทุนตามแนวชายแดนโดยเฉพาะ แก้ไขปัญหาที่เป็นอุปสรรคอย่างเป็นระบบ เช่น กฎระเบียบด้านศุลกากร การขนส่ง และการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วมกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย
  • 3. กลไกเจรจาพหุภาคี (Multilateral Dialogue Mechanism): สำหรับประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความขัดแย้งสูง เช่น ปัญหาเขตแดน หรือพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล ควรใช้เวทีอาเซียนหรือกลไกพหุภาคีอื่น ๆ เข้ามาเป็นตัวกลางในการเจรจา เพื่อลดแรงกดดันจากการหารือแบบสองฝ่ายและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผลลัพธ์

ภาพจากเหตุการณ์

พรรคปวงชนไทยนำเสนอวิสัยทัศน์
การนำเสนอวิสัยทัศน์ของพรรคปวงชนไทย เครดิตภาพ: พรรคปวงชนไทย
นายเอกสิทธิ์ บุญมาก โฆษกพรรคปวงชนไทย
นายเอกสิทธิ์ บุญมาก เครดิตภาพ: พรรคปวงชนไทย

ความเชื่อมโยง/ผลกระทบ

ข้อเสนอของพรรคปวงชนไทยสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการนำเสนอนโยบายต่างประเทศเชิงรุก หากแนวทางดังกล่าวถูกนำไปพิจารณาและปรับใช้อาจช่วยสร้างกรอบการทำงานใหม่ให้กับความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา นำไปสู่การลดความตึงเครียดในประเด็นอ่อนไหว พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจชายแดนให้เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและภาพลักษณ์ของประเทศไทยในเวทีระหว่างประเทศ

Related posts

“ธรรมนัส”ลงนามพิธีสารไทย–จีน เปิดตลาดส่งออกผลิตภัณฑ์จากผึ้ง เพิ่มมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรไทย

hkwin

“จุลพันธ์” รับ “ตระกูลชินวัตร” เป็นความผูกพันทางใจของเพื่อไทย

hkwin

ภริยา “อนุทิน” โพสต์ขอโทษปมหยอกสื่อใจร้ายกับนายกฯ น้อมรับคำวิจารณ์

hkwin

Leave a Comment