กฤษฎีกา ชี้ช่องทางการแก้ไขปัญหาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในเรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (ก.ตร.) และคณะกรรมการรับผิดชอบตำรวจ (ก.ร.ตร.) หลังจากที่ตำแหน่งบางตำแหน่งว่างลงตามกฎหมาย โดยมีประเด็นเกี่ยวกับว่าบุคคลในบัญชีสำรองจะสามารถขึ้นดำรงตำแหน่งแทนได้หรือไม่ ความชัดเจนในเรื่องนี้เป็นประเด็นที่ถูกติดตามอย่างใกล้ชิดเนื่องจากมีผลกระทบต่อการดำเนินงานในระดับสูงของสตช. ที่ยังต้องดำเนินภารกิจต่างๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง
ประเด็นสำคัญจาก: กฤษฎีกา ชี้ช่อง สตช. แก้ปม แต่งตั้ง “ก.ตร.- ก.ร.ตร.” ลงจากตำแหน่งตามกฎหมายแล้ว บัญชีสำรอง ขึ้นแทนได้หรือไม่?
การชี้แจงจากกฤษฎีกาถือเป็นสัญญาณให้ สตช. สามารถอาศัยบุคคลในบัญชีสำรองเพื่อให้ดำรงตำแหน่งที่ว่างได้ทันที ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ขาดความต่อเนื่องในการทำงานภายในองค์กร หลีกเลี่ยงการสะดุดหยุดชะงักของงานบริหารจัดการต่างๆ ที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหานี้ต้องพิจารณาถึงข้อกฎหมายและเงื่อนไขต่างๆ ที่กำหนดไว้ในกระบวนการจัดตั้งตำแหน่ง ซึ่งหากผิดพลาดอาจทำให้เกิดประเด็นทางกฎหมายในภายหลังได้
ประเด็นการใช้บัญชีสำรองได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย เนื่องจากผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีสำรองอาจไม่ได้ถูกเตรียมพร้อมหรือมีคุณสมบัติที่จำเป็นตามตำแหน่งนั้นๆ ซึ่งทำให้เกิดคำถามต่อไปว่าการแต่งตั้งเหล่านี้จะมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในบริบทของการบริหารงานของตำรวจได้มากน้อยเพียงใด
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
การแต่งตั้งจากบัญชีสำรองในกรณีดังกล่าวนั้นอาจมากระทบต่อความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการดำเนินงานของ สตช. ซึ่งจำเป็นต้องมีการประเมินและพิจารณาจากกฤษฎีกาอย่างรอบคอบ ขณะที่บางฝ่ายมีความกังวลว่าการแต่งตั้งจากบัญชีสำรองอาจกลายเป็นช่องทางให้เกิดการแทรกแซงจากบุคคลภายนอกหรือการไปกดดันการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้
นอกจากนี้ ความชัดเจนของข้อกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งเช่นนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ท่ามกลางกระแสสังคมที่ต้องการเห็นการปฏิรูปในหลายๆ การดำเนินงานของสตช. ซึ่งหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องจำเป็นต้องร่วมกันหาทางออกที่ถูกต้องและเหมาะสมต่อไป
สรุปข่าวทั้งหมด
ในขณะนี้การใช้บัญชีสำรองเพื่อแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใน สตช. ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามด้วยความใกล้ชิด การตัดสินใจของกฤษฎีกาในการช่วยประสานและชี้ช่องทางที่เหมาะสม ถือเป็นก้าวสำคัญในการรักษาความต่อเนื่องของงานแต่ละหน่วยงาน อีกทั้งยังช่วยให้การดำเนินงานของตำรวจสามารถให้บริการได้ตามปกติทั้งในหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและการบริการอื่นๆ ในขณะเดียวกัน สมาชิกในบัญชีสำรองต้องได้รับการเตรียมพร้อมและมีความสามารถเพียงพอในการทำงานเพื่อให้การแต่งตั้งที่เกิดขึ้นเป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรและสังคมต่อไป

