
ส่องมือถือ — การส่องมือถือของเพื่อน แฟน หรือบุคคลอื่นอาจเป็นปัญหาที่ผู้คนมักไม่คิดว่ามีความสำคัญ แต่ในทางกฎหมาย การกระทำนี้อาจเข้าข่ายละเมิด พรบ. คอมพิวเตอร์ หากมีการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต ปัจจุบันการสื่อสารผ่านอุปกรณ์มือถือเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ทำให้ความเป็นส่วนตัวได้รับการปกป้องมากขึ้น ภายใต้กฎหมายนี้ ผู้ที่ฝ่าฝืนอาจต้องรับผิดทางกฎหมาย ดังนั้นการรู้และเข้าใจถึงขอบเขตของ พรบ. คอมพิวเตอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญก่อนการกระทำที่อาจถูกตีความว่าเป็นการละเมิดสิทธิของผู้อื่น
ประเด็นสำคัญจาก: ส่องมือถือเพื่อน, แฟน หรือ คนอื่น ผิด พรบ. คอมพิวเตอร์ หรือไม่ รู้ก่อนโดนฟ้อง
ภายใต้ พรบ. คอมพิวเตอร์ ที่ประกาศใช้อยู่ในประเทศไทย การเข้าถึงข้อมูลในอุปกรณ์สื่อสาร เช่น โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกพิจารณาว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย การลงโทษหนักเบาจะขึ้นอยู่กับลักษณะและเจตนาของการกระทำ ซึ่งหากเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัวหรือในลักษณะที่เป็นภัยต่อผู้อื่น โทษที่ตามมาอาจจะเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย ซึ่งอาจมีทั้งการจำคุกหรือปรับเงิน การส่องมือถือไม่ใช่เพียงเรื่องของมารยาททางสังคม แต่เป็นเรื่องของสิทธิส่วนบุคคลและกฎหมาย
การที่ผู้ใช้งานมือถือทั่วไปอาจจะไม่ตระหนักถึงขอบเขตของกฎหมายดังกล่าว อาจเกิดจากการที่มีคนจำนวนมากยังไม่เข้าใจว่าการเข้าถึงข้อมูลของผู้อื่น แม้จะเป็นเพื่อนหรือแฟน ก็ยังคงต้องได้รับการยินยอม เพราะข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญและได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย กฎหมายได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลในลักษณะนี้ไม่ควรเกิดขึ้น และหากเกิดเรื่องจำเป็นจะต้องมีการไกล่เกลี่ยหรือข้อตกลงร่วมกันก่อน
การที่บุคคลจะเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่น เช่น ตรวจสอบข้อความหรือข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ จำเป็นต้องได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษร ความเหมาะสมและถูกกฎหมายของการกระทำนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการรักษาความสงบเรียบร้อยและเคารพสิทธิส่วนบุคคลของแต่ละบุคคล
รายละเอียดต่อยอดจากประเด็นข้างต้น
ตามกฎหมาย ในกรณีที่มีการละเมิด พรบ. คอมพิวเตอร์ โดยการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลโดยมิชอบ นั้นสามารถนำไปสู่การฟ้องร้องในชั้นศาลได้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นทั้งในลักษณะบุคคลทั่วไปหรือในองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานด้านความปลอดภัยไซเบอร์ มีส่วนสำคัญในการรับมือกับกรณีนี้ การระมัดระวังในการใช้งานอุปกรณ์มือถือและการเคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้อื่นนับเป็นเรื่องจำเป็น
จากการศึกษาพบว่า การละเมิดดังกล่าวไม่ได้เกิดแค่ในระดับบุคคล แต่ยังรวมถึงการใช้งานในองค์กรที่อาจมีการตรวจสอบข้อมูลลูกจ้างหรือลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้มีความจำเป็นที่องค์กรต่างๆ ต้องมีนโยบายในการจัดการข้อมูลที่ชัดเจนและได้รับการยินยอมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ด้วยเหตุที่กฎหมายคุ้มครองผู้เสียหาย ดังนั้นการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลต้องได้รับการพิจารณาและเห็นชอบจากเจ้าของข้อมูลก่อนเสมอ
สรุปข่าวทั้งหมด
การสอดส่องมือถือของเพื่อน แฟน หรือคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่เพียงแต่ละเมิดมารยาททางสังคม แต่ยังอาจละเมิด พรบ. คอมพิวเตอร์ ซึ่งมีบทลงโทษทางกฎหมายอย่างชัดเจน การตระหนักรู้ถึงข้อมูลและการกระทำที่เสี่ยงจะถูกตำหนิหรือฟ้องร้องเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งหรือปัญหาทางกฎหมายในอนาคต ด้วยความซับซ้อนของกฎหมายในยุคดิจิทัล การให้ความสำคัญและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดจะเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้

